
เชื่อว่าทุกคนจะต้องเคยได้ยินผู้ใหญ่ห้ามกันบ่อย ๆ ว่าอย่าเล่นคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือนาน ๆ เพราะแสงจากหน้าจอจะทำให้ตามเสียได้ ซึ่งการเล่นโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์นาน ๆ อาจจะก่อให้เกิด “โรคตาแห้ง” ได้นั่นเอง และโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย และยิ่งในปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักจะอยู่ในห้องแอร์ หรือใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดโรคตาแห้งทั้งสิ้น
โรคตาแห้ง คืออะไร
สำหรับโรคตาแห้งจะเป็นภาวะที่น้ำตาไม่สามารถให้ความชุ่มชื้น หรือน้ำหล่อเลี้ยงดวงตาได้ไม่เพียงพอ โดยอาจจะเกิดขึ้นจากคุณภาพของน้ำตาที่ไม่ดีพอ หรือเกิดจากการที่น้ำตาของเราระเหยออกไปอย่างรวดเร็วมากเกินไป ส่งผลให้มีอาการของโรคตาแห้งได้นั่นเอง ซึ่งอาการหลัก ๆ ของโรคตาแห้ง จะมีอาการดังนี้
- แสบตา ตาไม่สามารถสู้แสงได้
- เคืองตา เหมือนมีฝุ่นผงอยู่ในดวงตาตลอดเวลา
- น้ำตาไหลมากกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อดวงตาได้สัมผัสกับสิ่งกระตุ้น อย่างเช่น ลม แสงแดด ฝุ่น และความร้อน
- ตามองเห็นได้ไม่ชัดเป็นบางครั้งบางคราว
- ตาแดง มีขี้ตาตลอดเวลา
ภาวะตาแห้ง เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง?
โดยปกติแล้วสาเหตุของการเกิดโรคตาแห้ง จะขึ้นอยู่กับปัจจัยในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน การขับขี่รถจักรยานยนต์ การขับรถที่เปิดแอร์ให้สัมผัสกับดวงตาโดยตรง หรือการอยู่ในที่โล่งแจ้งที่มีมลพิษทางอากาศ ทั้งฝุ่น ลม ควัน และแสงแดด
รวมทั้งคนที่ทำงานกลางแจ้ง ทำอาหารที่มีควันอยู่ตลอดเวลา และนอกจากนี้พฤติกรรมการใช้ดวงตาในชีวิตประจำวัน จะเป็นปัจจัยสำคัญด้วยเช่นกัน อย่างเช่น การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือหน้าจอโทรศัพท์เป็นเวลานาน การใส่คอนแทคเลนส์ การผ่ารักษาดวงตา เป็นต้น
การรักษาโรคตาแห้ง ควรรักษาอย่างไร
สำหรับการรักษาภาวะตาแห้งนั้น จะเน้นที่การป้องกันและการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดโรคตาแห้ง รวมทั้งการใช้งานดวงตาอย่างถูกวิธี การใช้น้ำตาเทียม เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ดวงตา และช่วยลดอาการต่าง ๆ ของดวงตาได้
ภาวะตาแห้งจะสามารถหลีกเลี่ยงต่อสิ่งเร้าได้ รวมทั้งการหยอดน้ำตาเทียมเพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีที่สุด และสำหรับใครที่รู้สึกว่าดวงตามีอาการผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติเล็กน้อยก็ตาม ควรรีบเข้าไปพบจักษุแพทย์ในทันที เนื่องจากปัญหาดวงตาถือเป็นปัญหาที่สำคัญ จะต้องได้รับการตรวจวินิจฉัย และเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อช่วยป้องกันปัญหาเรื้อรังใหญ่ และภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาได้นั่นเอง
